โรคข้อเสื่อม ป้องกันได้ก่อนสายเกินไป

โรคข้อเสื่อม มักเกิดขึ้นในวัยสูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง จึงส่งผลต่อการรับน้ำหนักในการดำเนินชีวิตประจำวัน

 Aaron Ness Jersey Jersey Denzel Valentine Authentic Jersey cheap jerseys from china

08

 

โรคข้อเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อถูกทำลาย และไม่สามารถซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อได้ทันกับการถูกทำลาย จึงส่งผลต่อการรับน้ำหนักในการดำเนินชีวิตประจำวัน มักเกิดขึ้นในวัยสูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง หรือเกิดจากการที่มวลกระดูกลดน้อยลง โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่า ข้อมือ และข้อสะโพก ซึ่งพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

โรคข้อเสื่อม แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและความรำคาญใจให้กับผู้สูงอายุได้ไม่น้อย ผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเสื่อมจะพบว่ามีปัญหาปวดตามข้อ เคลื่อนไหวได้น้อยลง ไม่กระฉับกระเฉง เหล่านี้ล้วนจำกัดความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุอย่างมาก

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมนั้น มีดังนี้

  1. อายุที่มากขึ้น เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งที่แก้ไขได้คือการดูแลตนเองให้เหมาะสมกับช่วงวัย และเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง
  2. เพศหญิงมีโอกาสเกิดขอ้เสื่อมได้มากกว่าเพศชาย เนื่องจากฮอร์โมนเพศที่ลดลงและหมดไปในเพศหญิง ส่งผลให้กระดูกพรุน และบางลง เสื่อมได้ง่าย
  3. กิจกรรมที่เคลื่อนไหวมากในแต่ละวัน รวมถึงการเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดแรงกระแทกเป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดข้อ เช่น การนั่งยองคุกเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ การเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดแรงกระแทก รวมถึงไม่ใช้งานข้อต่างๆ อย่างหนักและต่อเนื่อง
  4. โรคอ้วนและน้ำหนักตัวที่เกิน ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  5. เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อนั้นๆ มาก่อน หากมีข้อบวมมาก ข้อติด ปวดข้อเรื้อรัง และมีข้อผิดรูป ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา
  6. แนวกระดูกผิดรูป เช่น เข่าโก่ง
  7. กรรมพันธุ์ หากเป็นสาเหตุจากกรรมพันธุ์ สามารถดูแลตนเองได้ด้วยการควบคุมโภชนาการที่ดี และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยทุเลา และลดปัจจัยเสี่ยงได้
  8. เป็นโรคเยื้อบุข้ออักเสบเรื้อรัง

ในการรักษาและการดูแลตนเองสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นโรคข้อเสื่อมนั้น แพทย์มักให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการก้ม หรือเงย เลี่ยงการงอเข่า พับเข่า นั่งยองๆ หรือขัดสมาธิ เลี่ยงการขึ้นลงบันไดที่ไม่จำเป็น
  2. ปรับวิธีการยกของ ท่าทางการนั่ง หรือนอน รวมทั้งวิธีการลุกจากท่านอนที่ถูกต้อง
  3. ใช้ความร้อนประคบ เพื่อลดอาการปวดข้อต่างๆ ช่วยคลายกล้ามเนื้อโดยรอบข้อ
  4. กรณีข้อเข่าเสื่อม บริหารกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อเข่า หรือใช้สนับเข่าช่วยประคอง ช่วยให้ข้อเข่ากระชับมากขึ้น ซึ่งจะลดอาการปวดได้ดีในระยะแรก แต่ถ้าใช้นานๆ กล้ามเนื้อหน้าขาจะลีบ เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานนาน ดังนั้น ควรบริหารกล้ามเนื้อเข่าร่วมด้วยเสมอ หรืออาจใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ให้ถือไม้เท้าด้านตรงข้ามกับเข่าข้างที่ปวด ประโยชน์ของไม้เท้าคือลดแรงกระทำต่อข้อเข่า และลดอาการปวดเข่า ในบางรายมีอาการปวด 2 ข้าง และรุนแรงมาก อาจต้องพิจารณาใช้คอกช่วยเดิน ซึ่งจะช่วยลดแรงกระทำต่อข้อเข่า และช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเดินได้มากกว่า

โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาเรื้อรังที่บ่อนทำลายคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ดังนั้น ควรรับคำปรึกษาและคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงใช้ชีวิตและทำกิจวัตรอย่างถูกต้องเพื่อบรรเทาอาการ

การป้องกันโรคข้อเสื่อมควรดูแลเรื่องโภชนาการให้ถูกต้อง ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวข้อและกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรนอน เดิน และลุกให้ถูกวิธี รวมถึงไม่ยกของหนักบ่อยๆ และยกอย่างถูกวิธีโดยให้หลังตั้งตรง ก็จะช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม และความเจ็บปวดจากการปวดข้อต่างๆ ได้