ฮอร์โมนความสูง

การทำงานของโกรธฮอร์โมนเป็นอย่างไร แล้วทำไมในประเทศไทยจึงไม่ใช้การฉีดยา แต่ต้องใช้การรับประทานกรดอะมิโนแทนในการช่วยเพิ่มความสูง

 Paul Stastny Authentic Jersey t;a href=”http://www.broncosfootballofficialonline.com/Shannon-Sharpe-Jersey”>Shannon Sharpe Jersey wholesale nfl jerseys free shipping

04

ฮอร์โมนนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เป็นฮอร์โมนที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นหนึ่งในฮอร์โมนหลัก ผลิตจากต่อมไร้ท่อใต้สมองสมองส่วนหน้าพิทูอิทาริ (Pituitary Grand)  โกรทฮอร์โมนถูกสร้างขึ้นจากกรดอะมิโนหลายชนิดซึ่งเป็นหน่วยย่อยจากสารอาการกลุ่มโปรตีน ร่างกายคนเราสามารถผลิตโกรทฮอร์โมนได้ตลอดชีวิตแต่ปริมาณการหลั่งของโกรทฮอร์โมนในแต่ละวัยไม่เท่ากัน อีกทั้งปัจจัยภายนอกก็มีผลต่อปริมาณการผลิตโกรทฮอร์โมน เช่น ภาวะความเครียด การออกกำลังกาย อาหารที่บริโภค การนอนหลับ รวมทั้งตัวโกรทฮอร์โมนเองด้วย

หน้าที่หลักของโกรทฮอร์โมนได้แก่

1) ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย

2) ควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย

3) สร้างและซ่อมแซมเซลล์ให้กับอวัยวะที่สึกหรอ

4) ช่วยควบคุมการทำงานของระบบสมอง และเสริมสร้างการพัฒนาของเซลล์สมอง

5) ควบคุมการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

6) สร้างเซลล์กระดูกอ่อน ทำให้กระดูกเจริญเติบโตตามปกติ

ผลของโกรทฮอร์โมนต่อความสูง

สำหรับเด็ก โกรทฮอร์โมนจะกระตุ้นให้ตับหลั่ง IGF-I (Insulin-like Growth Factor-I) ซึ่ง IGF-I นี้จะกระตุ้นเซลล์ของกระดูกอ่อน (Cartilage cell or Chondrocyte) เกิดการแบ่งตัว กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อที่ปลายกระดูกอ่อน (Epiphyseal plate) กระตุ้นการขนถ่ายกรดอะมิโนในการสร้างโปรตีนที่กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออื่นๆ ทำให้มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์ (hyperplasia) และขยายขนาด (hypertrophy) ทำให้เด็กสูงขึ้น

โกรทฮอร์โมนจึงเป็นฮอร์โมนสำคัญในการกำหนดความสูงของเด็ก อย่างไรก็ดี การนอนหลับอย่างเพียงพอ และการกินอาหารประเภทโปรตีนก็จะช่วยให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนตามธรรมชาติออกมาอย่างปกติเช่นกัน ส่วนการฉีดโกรทฮอร์โมนเข้าไปโดยตรงเพื่อเพิ่มความสูงให้เด็กนั้นไม่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ในประเทศไทย เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าอาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนและพบภาวะผิดปกติของการเจริญเติบโตอีกด้วย รวมทั้งยังมีข้อจำกัดในการฉีดยาหลายอย่าง ดังนั้นการรับประทานกรดอะมิโนบางชนิดที่ช่วยเสริมให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนตามธรรมชาติเพิ่มขึ้นจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมากกว่า