ฟิตหุ่นด้วยมวยไทย

เบื่อหน่ายกับการออกกำลังเพื่อฟิตหุ่นในรูปแบบเดิมๆ กันบ้างไหม ไม่ว่าจะวิ่ง เล่นเวท วิดพื้น ซิตอัพ ฯลฯ ถ้าคุณเป็นอีกคนที่รู้สึกเบื่อ เริ่มเซ็งกับการออกกำลังทั้งหลายเหล่านั้น วันนี้เรามีการออกกำลังกายอีกรูปแบบมาเสนอ ขอบอกว่าผลาญพลังงานได้ถึง 800 แคลอรี่/ชม.ทีเดียว!

 Ameer Abdullah Authentic Jersey  Calvin Munson Jersey wholesale nfl jerseys cheap

Artboard 1 copy

ขอแนะนำการออกกำลังกายที่นับว่าเป็น “กีฬา” ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี ถือว่าเป็นกีฬาประจำชาติเลยก็ว่าได้ กีฬาชนิดที่ว่าคือ “มวยไทย” นั่นเอง

มวยไทยถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวและเป็นศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของไทยที่มีมาช้านานตั้งเเต่สมัยโบราณกาล เเละได้ถูกพัฒนามาเป็นกีฬาในรูปเเบบมวยไทยอาชีพ เเต่ด้วยในสมัยก่อนวงการมวยถูกจำกัดโดยผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เเละมีภาพลักษณ์ไปในทางการพนันและผู้มีอิทธิพล เลยทำให้คนทั่วไปเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ได้ยาก ทั้งๆ ที่มวยไทยนั้นในสายตาชาวต่างชาติถือว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมมาก มีสถานที่สอนราคาเเพง และยังถือเป็นต้นเเบบของกีฬาการต่อสู้อย่างมวย K1 และ UFC รวมไปถึงกีฬาที่กลายมาเป็นศิลปะแอโรบิกอย่าง Kick Boxing อีกด้วย

เหตุนี้จึงได้มีการผลักดันจากหลายฝ่ายส่งเสริมกีฬามวยไทยให้กลายเป็นกีฬาที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยทำให้มีรูปเเบบที่เป็นสากลมากขึ้น ดูปลอดภัย เเละไม่น่ากลัวอย่างเมื่อก่อน เเละค่ายมวยหลายๆ ค่ายก็เปิดพื้นที่บริการแก่คนทั่วไปเข้าฝึกเพื่อการลดน้ำหนักเเละออกกำลังกาย จึงเป็นที่มาของกระเเสมวยไทยพีเวอร์ในปัจจุบัน รวมถึงที่มีเซเลบริตี้หลายต่อหลายคนใช้มวยไทยเป็นการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก กระชับหุ่น เพราะมวยไทยถือว่าเป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อ เเละใช้พลังงานสูงมาก ถือเป็นการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบที่ดี เพราะคุณจะได้ใช้กล้ามเนื้อในทุกส่วน และยังทำให้อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดน้ำหนัก เพราะการฝึกมวยไทยนั้นสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 800 แคลอรี่ต่อชั่วโมง

เดี๋ยวนี้สถานที่ออกกำลังกายหลายแห่ง หรือแม้แต่ค่ายมวยไทยจริงๆ ได้มีการผสมผสาน “มวยไทย” และ “ฟิตเนส” เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นการออกกำลังกายที่เป็นได้ทั้งกีฬา (Sport) และศิลปะการต่อสู้ (Martial Art) จัดอยู่ในการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ (Cardio) หรือการออกกำลังกายให้เลือดสูบฉีดและเกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป โดยจะเน้นเรื่องการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการเล่น อาทิ หมัด ศอก เข่า เท้า เป็นหลัก เพื่อให้ออกท่าทางต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และไม่เกิดอาการบาดเจ็บตามมา

การฝึกจะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือการบริหารกล้ามเนื้อส่วนบน ตั้งแต่ส่วนเอวไล่ขึ้นมาจนถึงข้อศอก และการบริหารกล้ามเนื้อส่วนล่าง ได้แก่ ขา เข่า และข้อเท้า ผู้ฝึกจำเป็นจะต้องเรียนรู้แต่ละท่าจนเข้าใจ จากนั้นจึงสามารถนำท่าต่างๆ มาฝึกเป็นสเต็ปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาตั้งแต่ 30–60 นาที ก่อนจะขยับการฝึกให้ใกล้เคียงกับการชกบนเวทีมวยจริง ตั้งแต่การไหว้ครู ไปจนถึงหมัด เท้า เข่า ศอก ร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและสร้างแรงจูงใจ
รับรองว่าคุณจะติดใจจนลืมการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นไปเลย