คู่มือดูแลสุขภาพของชายทุกช่วงวัย

ผู้ชายต่างวัยต้องการการดูแลต่างกัน แต่จะดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีในทุกช่วงวัย เราออกไปถามชายไทยผู้ใส่ใจสุขภาพ ทั้งวัย 20+ 30+ 40+ และ 50+(++) เพื่อนำเคล็ดวิชาของมาบอกเล่าสู่กันฟัง เหลือก็แต่คุณที่จะต้องดิ้นหาทาง เพื่อให้ร่างกายเชื่อฟังและอยู่กับคุณไปนานขึ้นอีกนิด

 Jerick McKinnon Authentic Jersey authenticbrownsstore.com/authentic-t-j-carrie-jersey.html”>T. J. Carrie Jersey wholesale nfl jerseys

Artboard 1 copy 4

20+

ออกไปใช้ชีวิตซะ แค่อย่าทำร้ายตัวเอง” กอล์ฟ, 23 ปี

“กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ และกระดูกอ่อนที่ประกอบกันเป็นระบบกล้ามเนื้อและกระดูกข้อต่อยังอยู่ในช่วงกำลังโตและต้องเคลื่อนไหว ในวัย 20 เป็นต้นไปเป็นช่วงวัยในการสร้างกระดูกให้แข็งแรงผ่านการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก เพราะกระดูกต้องการการกระแทกกระทั้น และการสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบหัวใจไม่ได้มากับการยกน้ำหนักด้วยกล้ามเนื้อไว้อวดสาว แต่ด้วยการออกกำลังกายเพื่อสร้างความคงทนต่างหาก ถ้าคุณไม่สร้างรากฐานไว้ตั้งแต่วัย 20 คงยากที่จะหันหัวเรือเมื่อเข้า 40”

 

30+

หยุดก่อกรรมแก่ร่างกาย” – อะตอม, 30 ปี

“ช่วงก่อนอายุขึ้นเลขสามเป็นวัยที่คึกจนอยากจะลองไปเสียทุกอย่าง ดื่มหัวราน้ำ ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงโต้รุ่ง สูบบุหรี่ หรือบางทีใจแตกอยากลองยาเสพติด กรรมที่ทำไว้กับร่างกายนั้นบางอย่างแก้ได้ บางอย่างแก้ไม่ได้ บุหรี่นั้นหากเลิกเสียตั้งแต่วัย 30 ก็ยังพอจะมีเวลาให้ปอดซ่อมแซมตัวเองได้ ระดับคอเลสเตอรอลจากการเขมือบอาหารขยะจะปรับลงเองเมื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แต่สมองที่ถูกยาเสพติดทำลาย อันนี้ซ่อมไม่ได้ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำเรื่องแย่ๆ จนตัวเองบาดเจ็บหรือพิการ อันนี้ก็แก้ไม่ได้ เอาเป็นว่าโรคหรืออาการหรือความพิการที่คุณจะต้องเผชิญในวัยชรานั้นคือผลลัพธ์จากทางเลือกในการใช้ชีวิตของคุณเอง อะไรที่ไม่ดี รู้ๆ กันอยู่ เลิกได้ก็เลิกเสีย”

 

40+

คุณยังหนุ่มกว่าที่คุณคิด” – ปริญ, 46 ปี

“พอล่วงเข้าวัย 40 อะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยน ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอาจลดต่ำ สวนกับคอเลสเตอรอลที่ค่อยๆ เพิ่มสูง เคยตามใจปากอย่างไรก็ไม่อ้วน มาตอนนี้คุณจะได้พบมาตรฐานใหม่ๆ อันเป็นผลจากกรรมเก่า แถมมีเรื่องพันธุกรรมมาเกี่ยวข้องด้วย สมมติว่าปู่คุณเป็นมะเร็งลำไส้ จะให้ครบ 50 แล้วค่อยไปส่องกล้องตรวจเหมือนคนทั่วไปหรือจะไปไวหน่อยดีล่ะ และยิ่งแก่ตัวไปกว่านี้ก็ยิ่งต้องดูแลบำรุงมากขึ้นไปอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพละกำลังที่ลดลงเป็นเพราะเราหยุดออกกำลังกายอย่างหนักต่างหาก หากเรารู้สึกอ่อนแอลงนั่นเป็นเพราะเราทอดทิ้งร่างกายมากกว่าร่างกายทอดทิ้งเรา การดูแลรักษามันง่ายกว่าการซ่อมแซม และหากเราเล็งเห็นปัญหาและจัดการก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นเราจะสุขกายสบายใจได้มากเลยทีเดียว”

 

50+(++)

เตะปี๊บไหวถ้าใจพร้อม” – คุณชาย, 60 ปี

“อยู่บ้านเลี้ยงหลานมันใช่เรื่องเหรอ…เวลาผ่านไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง เมื่ออายุมากขึ้นความหนักของการออกกำลังต้องลดลง แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข และประเด็นอยู่ที่ว่าได้ออกกำลังกายอย่างสมํ่าเสมอหรือไม่ เนื่องจากต้นทุนทางร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้น ต้องดูความสามารถของตนเองเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่นั้นมากเกินไปหรือกำลังพอดี จำไว้ให้ขึ้นใจ คุณไม่เคยแก่เกินไปสำหรับการออกกำลังกาย แต่ออกให้พอดีๆ ไม่ต้องโหมหนัก เดี๋ยวจะตายก่อนแก่ และอย่าลืมใส่ใจเรื่องอาหาร อย่าตามใจปาก กินให้ครบ 5 หมู่ และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม คำนวณว่าในหนึ่งวันคุณจะต้องใช้พลังงานกี่แคลอรี่ ก็กินให้พอดีกับพลังงานที่ใช้ ถ้าร่างกายเผาผลาญไม่หมดอาหารที่กินเข้าไปจะถูกเก็บไว้เป็นไขมัน ทำให้อ้วนอีก อาว…ปวดหัวอีกแล้ว ใครจะรู้ว่าที่กินเข้าไปมันกี่แคลอรี่ เอาอย่างนี้ ใช้หลักที่ผมเคยยึดปฏิบัติ ประมาณการเอาว่าอาหารที่กินรวมกันแล้วไม่เกิน 1 กำปั้นหลวมๆ หยุดทันที ถ้าเป็นอาหารพวกผักให้ 2 กำปั้น ของหวาน, พวกน้ำที่ใส่สีและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้งดเด็ดขาด”